CodeQuiz EP.30 - URL คือออะไร? มีส่วนประกอบอะไรบ้าง?

วิชาการWeb Developmentความรู้
https://storage.googleapis.com/code-leagues/Napat_Buaklang_738971c2b1/Napat_Buaklang_738971c2b1.png

พี่ข้าวฟ่าง ณภัทร

เผยแพร่เมื่อ

อัปเดตล่าสุดเมื่อ

EP.30 What is URL Opengraph Cover

สาระสำคัญ

URL (Uniform Resource Locator) คือที่อยู่สำหรับระบุตำแหน่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ประกอบด้วย 7 ส่วนหลัก ได้แก่ Protocol (วิธีเข้าถึง เช่น HTTPS), Sub Domain (ห้องในบ้าน เช่น www), Second-level Domain (ชื่อเว็บไซต์), TLD (ประเภท เช่น .com, .th), Port (เบอร์ภายในแผนก), Path (ตำแหน่งไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์), และ Query (คำค้นหาหลังเครื่องหมาย ?) โดยแต่ละส่วนทำงานร่วมกันเพื่อพาเราไปยังข้อมูลที่ต้องการบนโลกออนไลน์

URL คืออะไร?

URL ย่อมาจาก Uniform Resource Locator หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า "ที่อยู่เว็บไซต์" ทำหน้าที่เป็นตัวระบุตำแหน่งของข้อมูลหรือทรัพยากรต่าง ๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งนอกจากจะใช้เพื่อค้นหาหน้าเว็บไซต์แล้ว ยังครอบคลุมไปถึงการค้นหาทรัพยากรอื่น ๆ เช่น รูปภาพ วิดีโอ หรือไฟล์เอกสารได้อีกด้วย


โครงสร้างของ URL

Screenshot 2026-03-05 011811.png

1. Protocol / Scheme

https://www.example.com:443/path/to/page.html?search=book&id=10

โปรโตคอลคือส่วนแรกสุดของ URL ทำหน้าที่บอกเว็บเซิร์ฟเวอร์ว่าควรใช้วิธีการใดในการเข้าถึงหน้าเว็บไซต์นั้น ๆ

ปัจจุบัน HTTPS (ย่อมาจาก Hypertext Transfer Protocol Secure) เป็นโปรโตคอลที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งตัว "S" ที่เพิ่มเข้ามาทำหน้าที่บอกเว็บเบราว์เซอร์ให้ "เข้ารหัสข้อมูล" ที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไปในหน้าเว็บ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

เปรียบเทียบง่าย ๆ โปรโตคอลเหมือน "ภาษาที่ใช้คุยกัน" เช่นคุยด้วยภาษาคน หรือรหัสลับ


2. Sub Domain

https://www.example.com:443/path/to/page.html?search=book&id=10

ถ้าเว็บไซต์เป็นเหมือนบ้าน โดเมนย่อยก็เป็นเหมือนห้องต่าง ๆ ในบ้านนั้น โดเมนย่อยจะบอกว่าเว็บเบราว์เซอร์ควรแสดงหน้าเฉพาะใดของเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น โดเมนย่อยอย่าง blog หรือ course จะแสดงหน้าบล็อกหรือหน้าคอร์สของเว็บไซต์

โดเมนย่อยที่พบบ่อยที่สุดคือ www ย่อมาจาก World Wide Web ในอดีตมีความจำเป็นในการระบุว่าเซิร์ฟเวอร์นั้นให้บริการเว็บ (แยกจากบริการอื่นๆ เช่น อีเมล) แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้เป็นธรรมเนียมและมาตรฐานที่คนคุ้นเคย เว็บไซต์สมัยใหม่หลายแห่งสามารถเข้าถึงได้ทั้งแบบมีและไม่มี www เช่น google.com และ www.google.com


3. Second-level Domain หรือ Hostname

https://www.example.com:443/path/to/page.html?search=book&id=10

โดเมนระดับที่สองคือชื่อของเว็บไซต์ มันช่วยให้ผู้คนรู้ว่ากำลังเยี่ยมชมเว็บไซต์ของแบรนด์ใด ตัวอย่างเช่น เมื่อเข้าชม th-leaguesofcode.com จะรู้ว่ากำลังอยู่บนเว็บไซต์ของ Leagues of Code TH


4. Top-level Domain หรือ TLD

https://www.example.com:443/path/to/page.html?search=book&id=10

ส่วนที่อยู่ท้ายสุดของชื่อโดเมน ทำหน้าที่ระบุประเภทของเว็บไซต์หรือประเทศที่จดทะเบียน แม้ในอดีต TLD จะถูกออกแบบมาให้ใช้เฉพาะกลุ่ม แต่ปัจจุบันมีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากขึ้น

ตัวอย่าง TLD ที่พบบ่อย:

  • .com: แต่เดิมคือ commercial สำหรับธุรกิจ แต่ปัจจุบันเปิดให้ใช้ได้ทั่วโลกสำหรับทุกองค์กร
  • .org: สำหรับองค์กรไม่แสวงหากำไร (แต่ปัจจุบันใครก็สามารถใช้ได้)
  • .net: เดิมสำหรับองค์กรเครือข่าย แต่ปัจจุบันใช้ได้ทั่วไป
  • .edu: สำหรับสถาบันการศึกษา (ยังคงมีข้อจำกัดในการลงทะเบียน)
  • .gov: สำหรับหน่วยงานรัฐบาล (มีข้อจำกัดการลงทะเบียน)

TLD สำหรับประเทศเฉพาะ:

  • .th: ประเทศไทย
  • .jp: ประเทศญี่ปุ่น
  • .uk: สหราชอาณาจักร
  • .cn: ประเทศจีน

เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนชื่อบริษัท (domain) และประเภทบริษัท (.com = บริษัท, .ac.th = มหาวิทยาลัย)


5. Port

https://www.example.com:443/path/to/page.html?search=book&id=10

พอร์ตเป็นตัวเลขที่ใช้ระบุจุดเชื่อมต่อและส่งข้อมูลไปยังบริการเฉพาะบนเซิร์ฟเวอร์ต่าง ๆ จะใช้หมายเลขพอร์ตที่แตกต่างกัน ตัวเลขนี้มักจะเชื่อมโยงกับที่อยู่เครือข่ายโฮสต์ เช่น ที่อยู่ IP ยกตัวอย่างเช่น เซิร์ฟเวอร์ HTTP จะใช้พอร์ตหมายเลข 80 ในขณะที่เซิร์ฟเวอร์ HTTPS (แบบปลอดภัย) ใช้ 443 เป็นหมายเลขพอร์ต

เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนเบอร์ภายในของแผนก (ใครจะโทรหาฝ่ายไหนก็ต้องกด port นั้น)


6. Path

https://www.example.com:443/path/to/page.html?search=book&id=10

path ระบุตำแหน่งของไฟล์หรือทรัพยากรที่ผู้ใช้ต้องการเข้าถึง

โครงสร้างเว็บไซต์มีลักษณะคล้ายกับระบบไฟล์บนคอมพิวเตอร์ของเรามาก แต่แทนที่จะเก็บไฟล์ไว้ในเครื่องของเรา ไฟล์เว็บไซต์จะถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ที่ออนไลน์ตลอดเวลา ความเหมือนและความต่างมีดังนี้:

  • โฟลเดอร์เหมือนกัน: เว็บไซต์มีโฟลเดอร์หรือไดเร็กทอรีเหมือนในคอมพิวเตอร์ โดยเรียกว่า "sub directories"
  • ไฟล์เหมือนกัน: เว็บไซต์ประกอบด้วยไฟล์ต่างๆ เช่น HTML, CSS, รูปภาพ และอื่นๆ
  • การเข้าถึงต่างกัน: แทนที่จะเปิดไฟล์โดยตรงจากฮาร์ดดิสก์ เราต้อง "ขอ" ไฟล์ผ่าน URL

เวลาเราพิมพ์ URL เช่น www.abc.com/x/y/z เบราว์เซอร์จะส่งคำขอไปที่เซิร์ฟเวอร์ของ abc.com จากนั้นเซิร์ฟเวอร์จะวิ่งไปค้นหาไฟล์ชื่อ z ที่ซ่อนอยู่ในโฟลเดอร์ y ซึ่งอยู่ในโฟลเดอร์ x อีกทอดหนึ่ง แล้วจึงส่งไฟล์นั้นกลับมาแสดงผลบนหน้าจอ


7. Query

https://www.example.com:443/path/to/page.html?search=book&id=10

คิวรีคือส่วนของ URL ที่เริ่มต้นด้วยเครื่องหมายคำถาม (?) และใช้ส่งข้อมูลไปยังเว็บไซต์เพื่อขอข้อมูลเฉพาะที่ต้องการ

จากตัวอย่าง Query คือค้นหาหนังสือที่มี id = 10


สรุป

URL คือกุญแจสำคัญที่ใช้เปิดประตูสู่โลกอินเทอร์เน็ต การทำความเข้าใจโครงสร้างและการทำงานของมัน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเข้าใจกลไกของหน้าเว็บ แต่ยังช่วยให้เราใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สังเกตความผิดปกติได้ และท่องเว็บได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แม้เทคโนโลยีเบื้องหลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแค่ไหน แต่ URL ก็ยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการเชื่อมต่อผู้ใช้เข้ากับข้อมูลทั่วทั้งโลกออนไลน์